กำลังโหลดข้อมูลพระธรรม...
วัดดงหนองเป็ด (วัดพระเจ้ามหาเศรษฐี) จ.เชียงราย
วัดดงหนองเป็ด (วัดพระเจ้ามหาเศรษฐี) จ.เชียงราย
ประมวลข้อพระวินัยอันเป็นรากแก้วแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อความบริสุทธิ์และสามัคคีธรรมแห่งคณะสงฆ์
การสวดพระปาฏิโมกข์ หรือ 'การลงอุโบสถ' เป็นพุทธบัญญัติให้พระภิกษุสงฆ์ประชุมพร้อมกันทุกกึ่งเดือน (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑๔ หรือ ๑๕ ค่ำ) เพื่อทบทวนพระวินัย แสดงความบริสุทธิ์ของสงฆ์ และรักษาความเป็นเอกภาพแห่งพระธรรมวินัย
อาบัติขั้นร้ายแรงที่สุด ผู้ต้องอาบัตินี้จะขาดจากความเป็นภิกษุทันที ไม่สามารถกลับมาบวชเป็นภิกษุได้อีกตลอดชีวิต
พระสุทินน์ กลันทบุตร เป็นชาวเมืองเวสาลี บวชในพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธา ต่อมาเกิดทุพภิกขภัยในแคว้นวัชชี ท่านจึงเดินทางกลับเมืองเวสาลี บิดามารดาและภรรยาเก่าพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลาสิกขาแต่ท่านไม่ยอม มารดาจึงขอให้ท่านให้กำเนิดทายาทเพื่อรับมรดก พระสุทินน์เห็นว่ายังไม่มีสิกขาบทห้าม จึงได้ร่วมประเวณีกับภรรยาเก่าจนนางตั้งครรภ์และคลอดบุตรชื่อพีชกะ ต่อมาพระสุทินน์เกิดความไม่สบายใจ จึงเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ภิกษุจึงกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงติเตียนและทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามเสพเมถุนธรรม
พระธนิยะ กุมภการบุตร ปลูกกุฏิพังทลายหลายครั้ง จึงไปขอไม้หลวงจากพนักงานรักษาสังหาริมทรัพย์ของพระเจ้าพิมพิสาร โดยอ้างว่าพระราชาพระราชทานแล้ว พนักงานหลงเชื่อจึงมอบไม้ให้ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบจึงรับสั่งให้จับกุมพนักงาน เมื่อสอบสวนได้ความ พระพุทธเจ้าทรงเรียกประชุมสงฆ์ ติเตียนพระธนิยะ และทรงสอบถามมหาอำมาตย์ผู้พิพากษาว่า ลักทรัพย์ราคาเท่าใดจึงต้องโทษประหารหรือจำคุก อำมาตย์ตอบว่า ๕ มาสก พระองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทปาราชิกข้อที่ ๒
พระพุทธเจ้าทรงแสดงอสุภกัมมัฏฐานแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นเจริญอสุภกัมมัฏฐานจนเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายของตน ไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ จึงได้จ้างสมณกุตตกะ (คนรับจ้างฆ่า) ชื่อมิคลัณฑิกะ ให้ฆ่าตน โดยแลกกับบริขารของตน มิคลัณฑิกะได้ฆ่าภิกษุไปเป็นจำนวนมาก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์นี้ ทรงเรียกประชุมสงฆ์ ติเตียนการกระทำนั้น และทรงบัญญัติสิกขาบทปาราชิกข้อที่ ๓
ในช่วงเข้าพรรษา เกิดทุพภิกขภัยที่เมืองวัชชี ภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรจึงจะมีอาหารบิณฑบาตเพียงพอ จึงตกลงกันอวดอ้างคุณวิเศษของกันและกันให้ชาวบ้านฟัง เช่น ภิกษุรูปนี้ได้ปฐมฌาน รูปนั้นได้โสดาปัตติผล ชาวบ้านหลงเชื่อจึงนำอาหารประณีตมาถวายมากมาย เมื่อออกพรรษา ภิกษุเหล่านั้นไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงทราบความจริงจึงทรงติเตียนอย่างรุนแรง ว่าเป็นการกระทำเพื่อปากท้องเหมือนโจรชั้นเลิศ และทรงบัญญัติสิกขาบทปาราชิกข้อที่ ๔